"ลาออกจากบริษัทใหญ่เพื่อทำแพลตฟอร์มรถบรรทุกไทย" 7 ปีของ 360TRUCK กับฝันที่อยากแก้ปัญหาเที่ยวเปล่าและไม่อยากให้ขนส่งไทยตกเป็นอาณานิคมต่างชาติ

บันทึกจาก CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง 360TRUCK เกี่ยวกับคำถามที่ค้างคาใจตั้งแต่ห้องเรียน MIM ธรรมศาสตร์ ว่าทำไมประเทศไทยถึงไม่มีแพลตฟอร์มรถบรรทุกของตัวเอง และ 7 ปีที่ผ่านมาพวกเราตอบคำถามนี้ยังไง

ลองนึกภาพรถสิบล้อคันหนึ่ง วิ่งจากเชียงใหม่มาส่งของที่กรุงเทพฯ ระยะทางเกือบ 700 กิโลเมตร กินน้ำมันเต็มถัง ใช้คนขับเต็มแรง แต่พอลงของเสร็จ ตอนวิ่งกลับเชียงใหม่ ตู้รถข้างหลังว่างเปล่า ภาษาในวงการเรียกสิ่งนี้ว่า “เที่ยวเปล่า” หรือ empty backhaul ผมเห็นภาพนี้มาตลอดเกือบ 10 ปีที่ทำงานในวงการโลจิสติกส์ และเป็นภาพที่ทำให้ผมตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อมาทำสิ่งที่กำลังจะเล่าให้ฟังต่อจากนี


ห้องเรียน MIM ธรรมศาสตร์ กับเพื่อนอีก 4 คน

เริ่มต้นจากห้องเรียนปริญญาโท MIM ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในห้องนั้นมีพวกเรา 5 คนที่นั่งเรียนด้วยกัน บางคนเป็นวิศวกร บางคนเป็นนักธุรกิจ บางคนเป็นพนักงานบริษัท ทุกคนมาจากคนละสายงาน แต่บังเอิญมาคุยกันแล้วเห็นปัญหาเดียวกัน ตัวผมเองตอนนั้นทำงานในธุรกิจขนส่ง, โลจิกสติกส์, ซัพพลายเชนของบริษัทใหญ่มาเกือบ 10 ปี ครอบคลุมทั้งในไทย อาเซียน และจีนตอนใต้ แต่ทุกครั้งที่เห็นรถวิ่งเที่ยวเปล่า ในใจมีคำถามหนึ่งที่ผุดขึ้นซ้ำ ๆ

“ทำไมประเทศไทยถึงไม่มีแพลตฟอร์มรถบรรทุกของตัวเอง?”

ทำไมผู้ขนส่งไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ พอมีเที่ยวว่างถึงไม่มีที่ไหนให้เข้าไปดูง่าย ๆ ว่ามีงานไหนเหมาะกับเส้นทางของตัวเอง ทำไมโรงงานใหญ่ ๆ พอช่วงพีค ของเยอะ ถึงต้องโทรตามรถทีละเจ้าจนเหนื่อยทั้งสองฝ่าย ทำไมเรื่องที่ดูง่าย ๆ ในเทคโนโลยีปี 2019 ถึงยังไม่มีใครทำในไทย

ห้องเรียน MIM กลายเป็นจุดเริ่มต้น พวกเราเปลี่ยนคำถามนั้นให้กลายเป็นโปรเจกต์ จากโปรเจกต์เปลี่ยนเป็นบริษัท บริษัทที่พวกเราตั้งชื่อว่า 360TRUCK (ทรีซิกซ์ตี้ทรัค) แพลตฟอร์มที่อยากเติมเที่ยวเปล่าให้เต็มรอบ เหมือนวงกลมที่เต็มวงสามร้อยหกสิบองศา

Physical flow ไหว Financial flow ไหว แต่ Information flow…เป็นศูนย์

ก่อนจะเข้าใจว่าทำไมพวกเราถึงเชื่อว่า 360TRUCK ต้องเกิด ผมอยากให้ฟังวิธีที่คนในวงการมองเรื่อง flow ก่อน ในซัพพลายเชน การเคลื่อนของของในระบบประกอบด้วย flow สามอย่าง คือ physical flow, financial flow และ information flow

Physical flow คือถนน คือสะพาน คือท่าเรือ คือสนามบิน ของไทยใช้ได้ ภูมิศาสตร์เราดีมาก เป็นศูนย์กลางของอาเซียนแผ่นดินใหญ่โดยธรรมชาติ

Financial flow คือระบบการเงิน คือธนาคาร คือพร้อมเพย์ คือ QR ของไทยอยู่ในระดับโลก โอนเงินข้ามธนาคารฟรี ค่าธรรมเนียมเกือบไม่มี

แต่ information flow คือข้อมูล คือการรู้ว่าใครมีของจะส่ง ใครมีรถจะวิ่ง อันนี้แย่มาก แทบไม่มีเลย วงการรถบรรทุกไทยจึงยัง offline เกือบทั้งหมด ใช้โทรศัพท์ ใช้ไลน์ส่วนตัว ใช้สมุดบันทึก ใช้ความสัมพันธ์ พอเที่ยวเปล่าก็แค่เที่ยวเปล่า ไม่มีระบบกลางที่จะบอกว่าตอนนั้นมีงานเหมาะกับเส้นทางของคุณ การขนส่งสินค้าในประเทศไทย 78% ใช้รถบรรทุก มูลค่าตลาดราว 19,500 ล้านดอลลาร์ และส่วนใหญ่ของระบบนี้ ยังไม่ได้ขึ้นออนไลน์เลย ผมรู้สึกว่ามันใหญ่เกินกว่าที่ใครจะปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ต่อไป

แล้วแอปเรียกรถบรรทุกที่มีอยู่ล่ะ?
หลายคนถามผมตรง ๆ ว่า “อ้าว แต่เรามีแอปเรียกรถขนส่งเยอะแยะนิ่”
ใช่ครับ มี แต่ส่วนใหญ่โฟกัสที่รถเล็ก ระยะสั้น ๆ แบบ “มาช่วยขนของย้ายห้องตอนเย็นนี้” หรือ “รับของจากร้านในห้างไปส่งบ้าน” ตอบโจทย์งาน on-demand ในเมือง แต่ปัญหาเที่ยวเปล่าจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่กระบะ ที่หกล้อแค่ในกรุงเทพฯ มันอยู่ที่รถสิบล้อ รถพ่วง รถเทรลเลอร์ (ที่ฝรั่งเรียก semi-trailer) ที่วิ่งไกลข้ามจังหวัด ขนของหนัก ๆ ระหว่างโรงงานกับศูนย์กระจายสินค้า นี่เป็นกลุ่มที่ยาก ลูกค้าเป็น B2B ความเสี่ยงสูง สินค้าแพง ต้องคุยทั้งกับเจ้าของรถ คนขับ นายหน้า และโรงงาน เลยแทบไม่มีใครอยากแตะ พวกเราเลยตัดสินใจเข้าตลาดนี้ก่อน

จากไลน์ที่โดนโกง 20,000 บาท สู่ผู้ขนส่ง 100 รายใน 1 ชั่วโมง
จุดเริ่มต้นของพวกเราไม่หรู
เวอร์ชันแรกสุดของ 360TRUCK คือ LINE Official Account เอาไว้ทดสอบตลาดว่ามีคนสนใจไหม ผลคือมีคนสนใจจริง ๆ แต่ครั้งแรกที่พวกเราปล่อยงานออกไป ก็โดนโกงทันที 20,000 บาท เช่นเดียวกับไลน์กลุ่มหางานทั่วไป ที่ใช้ระบบความเชื่อใจ แต่ก็โดนโกงกับนับไม่ถ้วน

จากนั้นลองเปิดเว็บอย่างเดียว ไม่มีใครใช้ ลองเป็นแอปที่มีระบบ matching เริ่มได้ match rate ประมาณ 15% เริ่มมีหวัง พวกเราพับ รื้อ ทำใหม่หลายรอบ ผมลาออกจากงานบริษัทใหญ่มาทุ่มเต็มตัว ระดมทุน Seed จาก SPC Ventures ในปี 2019 และ ระดมทุน Series จาก MAX Ventures ในปี 2022 จนวันหนึ่ง พวกเราเปิดรับงานเที่ยวเปล่าก้อนหนึ่งบนแพลตฟอร์ม

“ภายในหนึ่งชั่วโมง มีผู้ขนส่งมากกว่า 100 รายเข้ามาดู”

นั่นคือโมเมนต์ที่พวกเรารู้ว่าสมมติฐานตั้งแต่ห้องเรียน MIM ถูก ผู้ขนส่งทั่วประเทศมีความต้องการมหาศาลที่จะเข้าถึงงานเที่ยวกลับ พวกเขาแค่ไม่มีช่องทาง 

ทำไมผมถึงเลือกเริ่มจากรถใหญ่ ที่ไม่มีใครอยากทำ
ในขณะที่แอปขนส่งทั่วไปไล่ตลาดรถเล็ก พวกเราเลือกเดินสวนตลาด
ผมรู้จาก 10 ปีในวงการว่าธุรกิจใหญ่ ๆ มี pain ของเขา เขาอยากมีรถคุณภาพมาวิ่งให้เยอะ ๆ เพราะมีทั้งช่วงพีคและช่วงซีซันนอล แต่ลงทุนซื้อรถเองเป็นร้อยคันก็ไม่คุ้ม จะจัดการรถขนส่งเป็นร้อยๆเจ้าก็คงลำบาก

แพลตฟอร์มเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ พวกเรารวบรวมรถขนส่งรายย่อย ๆ ไปจนถึงรายใหญ่ๆทั่วประเทศมาให้บริการได้ในที่เดียว ลูกค้าใหญ่ไม่ต้องปวดหัวจัดการรถทีละเจ้า ติดต่อเจ้าเดียวจบ (ตอนหลังกลายมาเป็นแอป 360TRUCKจองรถ ลองเข้าไปโหลดใช้งานได้ครับ)

ขณะเดียวกัน ฝั่งผู้ขนส่งก็ได้สิ่งที่เขาอยากได้ คืองานเที่ยวกลับในเวลาที่ตัวเองต้องการ ได้เงินตรงเวลาเป๊ะ และที่สำคัญ ถ้าทำงานมีคุณภาพ มีมาตรฐาน คะแนน (score) ดี ก็จะเข้าถึงงานได้เยอะขึ้น พวกเราตั้งใจสร้างระบบที่ “วินัยและคุณภาพได้รับรางวัล” ไม่ใช่ระบบ “ใครรู้จักเฮีย ใครได้งาน” แบบเดิม

วันนี้ 360TRUCK มีรถในระบบร่วมๆ 100,000 คันทั่วประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่รถสี่ล้อ หกล้อ สิบล้อ ไปจนถึงรถพ่วง รถเทรลเลอร์ มีแอป 360TRUCKจองรถ ให้คนใช้จองรอบรถขนส่งได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทใหญ่ และพวกเราเป็นแพลตฟอร์มโลจิสติกส์รายแรกในไทยที่ได้รับมาตรฐาน ISO 9001:2015

ปัญหาเงียบของวงการ ที่ผมเรียกว่า “สายป่าน”
มีปัญหาหนึ่งในวงการรถบรรทุกที่คนนอกแทบไม่เคยรู้ ผมเรียกมันว่า “สายป่าน”
รถบรรทุกหนึ่งคัน ค่าน้ำมันเต็มถังเป็นหมื่นบาท ค่าลูกน้องเป็นหลักหมื่นต่อเดือน ค่าซ่อม ค่าประกัน ค่าผ่อน นี่คือ fixed cost ที่ต้องจ่ายทุกเดือน ไม่ว่าจะวิ่งหรือไม่

ยิ่งวิ่งงานบริษัทใหญ่ ยิ่งหนัก เพราะเครดิตเทอมมาตรฐานคือ 45-60 วัน รถคันนั้นต้อง advance ค่าน้ำมัน ค่าลูกน้อง ค่า fixed cost ทั้งหมดไปก่อน เดือนหนึ่ง สองเดือน บางทีสามเดือน แล้วค่อยได้เงินคืน รับงานใหญ่ทีหนึ่ง รถคันเดียวอาจต้องสำรองเงินหลายแสนบาทเพื่อจะวิ่ง

“เจ้าเล็กแข่งกับเจ้าใหญ่ยาก ไม่ใช่เพราะรถไม่ดี แต่เพราะสายป่านสั้นกว่า”

นี่คือจุดที่พวกเราอยากให้แพลตฟอร์มช่วยได้มากกว่าแค่จับคู่งาน
เมื่อผู้ขนส่งรายย่อยเข้ามารวมอยู่ในระบบเดียวกันเยอะ ๆ พวกเขามีอำนาจต่อรองที่ไม่มีใครคนเดียวเคยมี ค่าน้ำมันต่อรองได้ถูกลง ประกันต่อรองได้ดีขึ้น เครดิตเทอมจัดการได้ดีขึ้น ต้นทุนรวมต่อเที่ยวลดลง รายเล็กที่เคยต้องวิ่งหลังขดหลังแข็งเพื่อเก็บเงินสำรอง วันนี้พอมีต้นทุนที่แข่งกับเจ้าใหญ่ได้ มีงานต่อเนื่อง มีกระแสเงินสดที่หายใจได้ ผมอยากให้พวกเขายืนอยู่ในวงการได้ และมีโอกาสเติบโต

แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับคุณที่ไม่ใช่คนวงการขนส่ง?
ตรงนี้ผมรู้ว่าหลายคนอาจจะคิดว่า “เออ ฟังดูดี แต่มันก็เรื่องของบริษัทใหญ่กับรถใหญ่ ไม่เกี่ยวกับฉันนี่” แต่จริง ๆ มันเกี่ยว และเกี่ยวกว่าที่คิด ลองนึกภาพ คุณเป็น “นักศึกษาปีหนึ่งที่ต้องย้ายเข้าหอต่างจังหวัด” “เป็นข้าราชการที่ต้องโยกย้ายทุกสองสามปี” หรือเป็น “SME ที่อยากขยายตลาดไปต่างจังหวัด” คำถามเดียวกันที่ผุดขึ้นในหัวคือ จะหารถจากไหน ถ้าไม่มีแพลตฟอร์ม คำตอบมักคือ “ถามคนรู้จัก” “เปิด Google หาเบอร์” หรือ “เสี่ยงดวงเรียกผ่านโซเชียล” 

วันนี้พวกเราเปิดให้คนทั่วไปจองได้ด้วย ราคาชัดเจนตั้งแต่ก่อนจอง รถผ่านการคัดกรอง มีประกันสินค้าทุกเที่ยว มีทีมงานคอยดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นพื้นที่ให้อุตสาหกรรมขนส่งทั้งวงการมีตัวกลางที่เชื่อใจได้ขึ้นมาให้คนธรรมดาใช้ ไม่ใช่แค่บริษัทใหญ่

ทำไมผมถึงยืนกรานว่าต้องเป็นคนไทย 100%
มีรายละเอียดที่พวกเราภูมิใจมาก แต่คนภายนอกอาจจะไม่ทันสังเกต
“ทุกอย่าง” — แอป เว็บ ระบบหลังบ้าน อัลกอริทึม matching รถ ระบบ TMS สำหรับลูกค้าองค์กร (ในชื่อ 360TECHX) ระบบ optimization ที่ใช้ machine learning (ในชื่อ 360BRAIN) — พวกเราพัฒนาด้วยทีมคนไทย 100%

ทำไมผมถึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้?
เพราะในวงการ logistics platform ระดับภูมิภาค เจ้าใหญ่ส่วนมากเป็นต่างชาติ มีทุนหนา มาจากจีน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เข้ามาเปิดตลาดในไทยได้ง่าย ๆ เพราะมีเงินเยอะกว่า ถ้าพวกเราไม่สร้างของตัวเองขึ้นมา สุดท้ายข้อมูลการขนส่งของไทย เส้นทางการเคลื่อนของในประเทศไทย ความเข้าใจในเศรษฐกิจไทยระดับฐานราก จะตกอยู่ในมือคนอื่น คนที่ตัดสินใจอยู่ในห้องประชุมที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย

“ผมไม่อยากให้ขนส่งไทยตกเป็นอาณานิคมของต่างชาติ”

มันไม่ใช่เรื่องชาตินิยม สำหรับผมมันคืออธิปไตยทางข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

ฝันที่ใหญ่กว่าหนึ่งแอป
ถ้าถามผมว่า 360TRUCK วันนี้สำเร็จหรือยัง ผมตอบว่ายัง เพราะภาพในหัวของพวกเราไม่ใช่แค่แอปจองรถบรรทุกที่ใช้ดี แต่คือการสร้าง Thailand Digital Logistics Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของวงการขนส่งทั้งประเทศ
ภาพที่ผมเห็นคือทุกการเคลื่อนของในประเทศไทย ตั้งแต่รถสี่ล้อในซอยจนถึงเทรลเลอร์ข้ามภาค ทำงานอยู่บนระบบเดียวกัน คุยกันได้ มี information flow เต็มรูปแบบ แต่ละรถถูก utilize เต็มศักยภาพ เที่ยวเปล่าน้อยที่สุด คาร์บอนปล่อยน้อยลง ต้นทุนลด ราคาสินค้าถูกลง คนทำงานในวงการนี้มีรายได้สูงขึ้น

พอในประเทศแน่นแล้ว ภาพต่อไปของผมคือเชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน ภูมิศาสตร์ของไทยดีมาก เราเป็นทั้ง จุดเริ่มต้น ทางผ่าน และจุดเชื่อมต่อของอาเซียนแผ่นดินใหญ่(ASEAN Mainland) จากใต้ขึ้นเหนือ จากตะวันออกไปตะวันตก เราควรมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่เชื่อมเครือข่ายขนส่งกับลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย พม่า ได้แบบ seamles

กลับไปที่รถสิบล้อคันนั้น
กลับไปที่ภาพรถสิบล้อคันแรกที่ผมเล่าให้ฟัง วิ่งจากเชียงใหม่มาส่งของที่กรุงเทพฯ ตอนเช้า ถ้าทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ขากลับเชียงใหม่ของเขา ตู้คอนเทนเนอร์ข้างหลังจะไม่ว่างเปล่าอีกแล้ว จะมีงานสักงานหนึ่งที่กำลังรอเส้นทางนี้พอดี อาจจะของ SME สักเจ้าที่อยากส่งของไปขายภาคเหนือ อาจจะของนักศึกษาคนหนึ่งที่กำลังย้ายกลับบ้าน อาจจะของโรงงานขนาดกลางที่ต้องการรถขนส่งมาเพื่อปิดยอดขายให้ได้ตามเป้า หรือ องค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้รถเป็นประจำ

ราคาสินค้าจะถูกลงเล็กน้อย เพราะต้นทุนขนส่งลดลง คาร์บอนในอากาศจะน้อยลงเล็กน้อย เพราะรถวิ่งไม่เปล่า คนขับรถคันนั้นจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะได้งานสองขา และที่สำคัญที่สุดสำหรับผม ระบบทั้งหมดที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น เป็นของคนไทย พัฒนาโดยคนไทย ตัดสินใจโดยคนไทย เพื่อคนไทย นี่คือสิ่งที่ผม และเพื่อนอีก 4 คนฝันไว้ตั้งแต่วันแรก

และนี่คือเหตุผลว่า ทำไม 360TRUCK matters สำหรับเราทุกคน
ผมจึงอยากชวนทุกคนมาลองใช้แพลตฟอร์มคนไทย 100% ตัวนี้ดูสักครั้งครับ 360TRUCK แพลตฟอร์มที่ไม่ได้อยากเกิดมาเพื่อ disrupt ใครในวงการ แต่เกิดมาเพื่ออยากให้การขนส่งถูกเข้าถึงได้โดยง่าย มีประสิทธิภาพ ให้วงการขนส่งอยู่บน online กระจายรายได้ให้ทั่วถึง คนไทยด้วยกัน รวมกันเราอยู่ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
เข้า google แล้วกดค้นหา 360TRUCK , พวกเรายินดีให้บริการครับ

ชัชชน • CEO & Co-founder, 360TRUCK • www.360TRUCK.co