ถอดบทเรียน "SHOUT!" KOL Marketplace สำหรับแบรนด์และเอเจนซีภายใต้แนวคิด “จ้างใครก็ได้ จ้างได้ทุกคน” Service Fee 0% ฝั่งแบรนด์แบบ Self-service
การจ้าง Influencer หลายร้อยคนในแคมเปญเดียวไม่ได้ท้าทายแค่การหาคนให้ครบ แต่ยังต้องตรวจคุณสมบัติ ส่งบรีฟ ประสานงาน ตรวจคอนเทนต์ ติดตามการโพสต์ และจัดการจ่ายเงินให้ทันตามกำหนด ยิ่งจำนวนคนเพิ่ม งานหลังบ้านของทีมแบรนด์และเอเจนซี่ก็ยิ่งซับซ้อนขึ้น
จึงเป็นความท้าทายที่แบรนด์และเอเจนซีจะขยายแคมเปญ Influencer Marketing อย่างไร โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนทีมงานตามไปทุกครั้ง?
ในงาน MKT CON 2026 วันที่ 29 กันยายน 2569 คุณโอ๊ต จิรพัฒน์ บุณยะเวชชีวิน CEO ของ SHOUT! ขึ้นเวที SHOWCASE Stage ในหัวข้อ “How to Manage 500+ Influencers in One Place” พร้อมนำเสนอกรณีศึกษาการบริหาร Influencer 500 คนให้โพสต์ครบภายใน 2 สัปดาห์ ด้วยทีม Support เพียง 2 คน
เบื้องหลังกรณีศึกษานี้คือการนำ AI และ Data มาใช้ร่วมกับการจัดการแคมเปญผ่าน KOL Marketplace เพื่อเชื่อมงานตั้งแต่การค้นหา Influencer ไปจนถึงการวัดผลและทำจ่าย
เมื่อ Influencer 500 คนเป็นเพียงปลายทางของการคัดเลือก
แคมเปญที่ SHOUT! นำมาเล่ามีเงื่อนไขเฉพาะ โดย Influencer ต้องเป็นสมาชิกของแบรนด์ มีคะแนนสะสมตั้งแต่ 700 คะแนนขึ้นไป และเข้าไปรีวิวแบบ On-site ตามสาขาที่กำหนด ก่อนเผยแพร่คอนเทนต์ให้ครบภายใน 2 สัปดาห์หลังรับบรีฟ
การได้ผู้ร่วมแคมเปญครบ 500 คนจึงอาจต้องเริ่มจากการค้นหาและติดต่อคนจำนวนมากกว่านั้น เพราะบางคนอาจไม่สะดวกรับงาน มีราคาเกินงบประมาณ หรือไม่ผ่านคุณสมบัติที่แบรนด์กำหนด
เมื่อคัดเลือกครบแล้ว ยังมีงานอีกหลายขั้นตอน ทั้งการส่งบรีฟ ติดตาม Storyline ตรวจ Draft ประสานการแก้ไข และติดตามวันโพสต์ ก่อนเข้าสู่การรวบรวมผลลัพธ์และจัดการเอกสารจ่ายเงิน
โจทย์ของแคมเปญขนาดใหญ่จึงอยู่ที่การทำให้ทุกขั้นตอนเดินต่อกันได้ โดยทีมมองเห็นว่าแต่ละคนอยู่ในสถานะใด และต้องดำเนินการอะไรต่อ
SHOUT! คืออะไร และช่วยแบรนด์และเอเจนซี่ทำ Influencer Marketing อย่างไร?
SHOUT! หรือ เชาว์! คือ KOL Marketplace ที่รวมกระบวนการทำ Influencer Marketing ตั้งแต่ค้นหา ดู Data และ Performance จ้างงาน บริหารแคมเปญ ตรวจและติดตามงาน ดู Report แบบ Real-time ไปจนถึงจัดการ Payment และเอกสารไว้ในที่เดียว
SHOUT! รองรับผู้ใช้งานทั้งแบรนด์และเอเจนซี่ โดยทีมแบรนด์สามารถใช้บริหารแคมเปญของตนเอง ส่วนเอเจนซี่สามารถใช้ SHOUT! ค้นหาและจ้าง Influencer รวมถึงบริหารแคมเปญให้ลูกค้า ตั้งแต่การคัดเลือก ประสานงาน ตรวจคอนเทนต์ ไปจนถึงรายงานผลและจัดการจ่ายเงิน
แนวคิดคือช่วยให้แบรนด์และเอเจนซี่ลดการสลับทำงานระหว่างหลายช่องทาง และใช้ AI กับข้อมูลสนับสนุนงานที่เดิมต้องจัดการด้วยมือ เพื่อให้ทีมมีเวลาดูแลคุณภาพคอนเทนต์และตัดสินใจเรื่องแคมเปญมากขึ้น
จากกรณีศึกษาบนเวที มีบทเรียนสำคัญที่ทีมแบรนด์และเอเจนซี่สามารถนำไปปรับใช้ได้ดังนี้
1. ค้นหา Influencer ให้ตรงโจทย์ พร้อมดู Audience และข้อมูลเชิงลึกหลากหลายด้านก่อนจ้าง
การเลือก Influencer ควรเริ่มจากความเหมาะสมกับสินค้า กลุ่มเป้าหมาย และเงื่อนไขของแคมเปญ ควบคู่กับข้อมูลยอดผู้ติดตามและผลการทำคอนเทนต์
SHOUT! ใช้ AI ช่วยค้นหา Creator จากคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับโจทย์ พร้อมข้อมูลประกอบการพิจารณา เช่น Followers, Views, Engagement, การเติบโต ราคา และ Audience รวมถึงข้อมูลเชิงลึกอีกหลากหลายด้าน เพื่อช่วยให้แบรนด์และเอเจนซี่ประเมินความเหมาะสมก่อนจ้างได้รอบด้านขึ้น
ประเด็นที่น่าสนใจจากเวทีคือ แม้ภาพลักษณ์ของ Influencer จะดูตรงกับแบรนด์ แต่กลุ่มคนที่ติดตามอาจไม่ใช่ลูกค้าเป้าหมาย ตัวอย่างที่ถูกหยิบยกคือ Influencer ผู้หญิงซึ่งมีผู้ติดตามส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ขณะที่แบรนด์ต้องการสื่อสารสินค้าไปยังผู้หญิง
บทเรียนสำหรับทีมแบรนด์และเอเจนซี่จึงเป็นการพิจารณาทั้งตัว Creator กลุ่มผู้ชม และข้อมูลเชิงลึกประกอบกัน ก่อนตัดสินใจจ้างงาน
2. รวมสถานะงาน เพื่อให้ทีมติดตามแคมเปญได้ตรงจุด
เมื่อมี Influencer หลายร้อยคน ข้อมูลอาจกระจายอยู่ในแชต อีเมล และตารางงานหลายชุด ทำให้ทีมต้องใช้เวลาตรวจสอบว่าใครตอบรับแล้ว ใครรอส่ง Draft ใครต้องแก้ไข และใครโพสต์เรียบร้อย
SHOUT! รวมขั้นตอนการเลือก เสนอราคา จ้างงาน พูดคุย ส่งงาน และติดตามสถานะไว้ใน Marketplace เพื่อช่วยให้ทีมเห็นความคืบหน้าร่วมกัน
สำหรับแบรนด์และเอเจนซี่ที่ต้องดูแลหลายแคมเปญพร้อมกัน การเห็นสถานะงานในที่เดียวช่วยให้จัดลำดับความสำคัญได้ง่ายขึ้น และติดตามงานที่อาจกระทบกำหนดเวลาได้เร็วขึ้น
3. ใช้ AI ช่วยตรวจ Draft เบื้องต้น ก่อนทีมพิจารณาคุณภาพ
แคมเปญที่มี Influencer จำนวนมากอาจมี Draft เข้ามาหลายร้อยชิ้น แต่ละชิ้นต้องตรวจว่าตรงบรีฟหรือไม่ สื่อสาร Key Message ครบหรือยัง และมีประเด็นใดที่ต้องแก้ไขก่อนเผยแพร่
SHOUT! ใช้ AI ช่วย Pre-screen หรือตรวจคัดกรอง Draft เบื้องต้น ก่อนส่งต่อให้ทีมพิจารณา โดยช่วยตรวจประเด็นตามบรีฟและข้อความสำคัญที่ต้องมีในคอนเทนต์
แนวทางนี้ช่วยแบ่งเบางานตรวจซ้ำ ขณะที่ทีมยังมีบทบาทในการพิจารณาความถูกต้อง ความเหมาะสมกับแบรนด์ และคุณภาพของงานก่อนอนุมัติ
4. วัดผลอย่างต่อเนื่อง ด้วย Report แบบ Real-time
หลัง Influencer โพสต์ครบ งานของทีมยังดำเนินต่อไป ทั้งการรวบรวมผลลัพธ์ สรุป Report และอัปเดตตัวเลขให้ทีมแบรนด์หรือลูกค้าของเอเจนซี่เห็นความคืบหน้า
หากต้องเปิดดูผลงานทีละคน เก็บภาพหน้าจอ และกรอกข้อมูลใหม่ทุกครั้งที่ขอรายงาน การดูแลแคมเปญขนาดใหญ่ย่อมใช้เวลามากขึ้น
SHOUT! มี Campaign Report แบบ Real-time เพื่อช่วยให้ทีมติดตามผลลัพธ์จากข้อมูลที่ระบบรองรับ และนำข้อมูลมาประกอบการประเมินแคมเปญได้สะดวกขึ้น
บทเรียนสำหรับทีมแบรนด์และเอเจนซี่คือ ควรกำหนดตัวชี้วัดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน เพื่อให้การเลือก Influencer การบรีฟ และการรายงานผลตอบเป้าหมายเดียวกัน
5. วางระบบ Payment และเอกสารตั้งแต่ต้น
งานจ่ายเงินเป็นอีกส่วนที่ต้องเตรียมให้พร้อมเมื่อทำงานกับ Influencer หลายร้อยคน ทั้งข้อมูลผู้รับเงิน เอกสารที่เกี่ยวข้อง และการประสานงานกับฝ่ายบัญชี
SHOUT! รองรับการจัดการ Payment และเอกสาร โดยแบรนด์และเอเจนซี่สามารถทำจ่ายผ่าน SHOUT! เพื่อให้ช่วยดำเนินการจ่ายต่อแก่ Influencer ตามขั้นตอนที่ตกลง แทนการประสานผู้รับเงินจำนวนมากแยกกัน
การเชื่อมขั้นตอนนี้เข้ากับ Workflow ของแคมเปญช่วยให้ทีมการตลาดและบัญชีทำงานต่อกันได้สะดวกขึ้น ตั้งแต่เริ่มจ้างจนปิดงาน
“จ้างใครก็ได้ จ้างได้ทุกคน” ไม่จำกัดเฉพาะรายชื่อใน Marketplace
SHOUT! วางจุดยืนเป็น KOL Marketplace ภายใต้แนวคิด “จ้างใครก็ได้ จ้างได้ทุกคน” โดยแบรนด์และเอเจนซี่สามารถจ้าง Influencer ที่ต้องการ ไม่จำกัดเฉพาะคนที่อยู่ใน Marketplace
จึงรองรับทั้งการค้นหา Creator ใหม่ และการนำรายชื่อ Influencer ที่แบรนด์หรือเอเจนซี่ทำงานด้วยอยู่แล้วเข้ามาบริหารแคมเปญในที่เดียว
สำหรับแบรนด์ที่มี In-house KOL Team แนวทางนี้ช่วยรองรับการเพิ่มจำนวน Influencer และแคมเปญ โดยลดงาน Manual ที่อาจทำให้ต้องเพิ่ม Headcount ตาม พร้อมให้ทีมยังควบคุม Workflow และคุณภาพงานได้
ส่วนเอเจนซี่สามารถใช้ SHOUT! เป็นเครื่องมือบริหารแคมเปญ Influencer ให้ลูกค้า ช่วยจัดการงานตั้งแต่การคัดเลือกและจ้าง Influencer ไปจนถึงติดตามคอนเทนต์ รายงานผล และทำจ่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องดูแลหลายแคมเปญพร้อมกัน
สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME แบรนด์ที่ไม่มีทีมบริหารเอง หรือเอเจนซี่ที่ต้องการผู้ช่วยในบางขั้นตอน สามารถเลือกใช้บริการเสริมจากทีม SHOUT! เพื่อช่วยคัดเลือก Influencer และดูแลแคมเปญตามขอบเขตงานและงบประมาณที่เหมาะสม
Self-service Service Fee 0% สำหรับฝั่งแบรนด์ หมายถึงอะไร?
ปัจจุบัน SHOUT! เปิดให้แบรนด์และเอเจนซี่ใช้งานแบบ Self-service โดยมี Service Fee 0% สำหรับฝั่งผู้ว่าจ้าง ทั้งแบรนด์และเอเจนซี่ และไม่มีการบวกราคา Influencer
เงื่อนไขนี้ครอบคลุมการใช้งานแบบ Self-service ทั้งการที่แบรนด์บริหารแคมเปญของตนเอง และการที่เอเจนซี่ใช้ SHOUT! บริหารแคมเปญ Influencer ให้ลูกค้า โดยผู้ว่าจ้างยังต้องชำระค่าจ้าง Influencer ตามที่ตกลง ส่วนการเลือกใช้บริการเสริมจากทีม SHOUT! ควรสอบถามขอบเขตงานและค่าบริการเพิ่มเติมก่อนเริ่มแคมเปญ
แบรนด์และเอเจนซี่จึงสามารถเลือกรูปแบบการทำงานให้เหมาะกับทรัพยากรของทีม ทั้งการบริหารเองและการใช้บริการเสริมในส่วนที่ต้องการความช่วยเหลือ
ขยายแคมเปญ Influencer Marketing ด้วย Workflow ที่พร้อมรองรับ
กรณีศึกษาการบริหาร Influencer 500 คนให้โพสต์ภายใน 2 สัปดาห์ ด้วยทีม Support เพียง 2 คน สะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีในการช่วยจัดการงานหลังบ้าน ตั้งแต่การคัดเลือก ตรวจงาน ติดตามผล ไปจนถึงการจ่ายเงิน
สำหรับแบรนด์และเอเจนซี่ที่ต้องการขยายแคมเปญ สิ่งที่ควรเตรียมควบคู่กับงบประมาณคือเกณฑ์คัดเลือก บรีฟ ขั้นตอนอนุมัติ และระบบที่ทำให้ทีมเห็นความคืบหน้าร่วมกัน
SHOUT! นำองค์ประกอบเหล่านี้มารวมไว้ใน KOL Marketplace — “จ้างใครก็ได้ จ้างได้ทุกคน” พร้อม Self-service Service Fee 0% สำหรับผู้ว่าจ้างทั้งแบรนด์และเอเจนซี่ เพื่อรองรับทั้งการบริหารแคมเปญของแบรนด์เองและการที่เอเจนซี่ดูแลแคมเปญ Influencer ให้ลูกค้าได้ครบในที่เดียว
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.shoutkol.com
Facebook: SHOUT-Influencer Marketplace
Instagram และ TikTok: @shout.th
LINE Official Account: @shoutplatform