เคยสงสัยไหมว่า อาหารไทยของ “บ้านขนิษฐา” ที่ได้มิชลินไกด์ 3 ปีซ้อนประสบการณ์ 33 ปี ถ้าเอามาเล่าใหม่ให้น่ากินและเข้าถึงง่ายขึ้น จะเป็นอย่างไร?

ถ้าคุณชอบอาหารไทยรสถึง เครื่องแน่น วัตถุดิบดี แต่ก็อยากได้ร้านที่บรรยากาศสบาย ๆ กินได้ทั้งมื้อครอบครัว มื้อกับเพื่อน หรือแม้แต่มื้อธรรมดาที่แค่อยากกินของอร่อย ลองรู้จัก “จริตจะกิน” (Jarit Jakin) และ “กระทรวงเส้น” (Ministry of Noodles) สองร้านที่ต่อยอดประสบการณ์อาหารไทยกว่า 30 ปีจาก บ้านขนิษฐา ร้านอาหารไทยชื่อดังที่เคยได้รับการแนะนำจาก Michelin Guide ต่อเนื่อง 3 ปี

ความน่าสนใจอยู่ที่ ทั้งสองร้านไม่ได้พยายามทำอาหารไทยให้ไกลตัวกว่าเดิม แต่เลือกนำสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยมาตีความใหม่ให้สนุกขึ้น กินง่ายขึ้น และเหมาะกับจริตของคนแต่ละกลุ่มมากขึ้น

ถ้าอยากกินอาหารไทยหลายอย่างในมื้อเดียว “จริตจะกิน” น่าจะเป็นคำตอบ
เคยไหม ไปกินข้าวกับเพื่อนแล้วแต่ละคนอยากกินไม่เหมือนกัน คนหนึ่งอยากกินอาหารใต้ อีกคนอยากกินอาหารเหนือ อีกคนอยากกินรสจัด ส่วนอีกคนอยากลองเมนูใหม่ ๆ

นี่คือเสน่ห์ของ จริตจะกิน ร้านอาหารไทยที่รวบรวมอาหารไทยจาก 4 ภาค ทั้งอาหารพื้นบ้าน เมนูที่คุ้นเคย และเมนูที่นำมาตีความใหม่ ให้สามารถสั่งหลายอย่างมาแชร์กันได้ในโต๊ะเดียว

จุดเด่นคือการคัดสรร วัตถุดิบ GI และผักปลอดสารพิษ รวมถึงข้าวไทยคุณภาพจากแหล่งผลิตที่มีเอกลักษณ์ เพื่อให้แต่ละจานมีทั้งเรื่องราวและรสชาติที่ชัดเจน


เมนูที่อ่านชื่อแล้วก็อยากลอง
ลองเริ่มจาก ปลาช่อนแม่ลา และ ปลานิลเบตง วัตถุดิบที่นำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น มันปูนาย่าง, ต้มยำพุงปลาช่อน, ต้มยำน้ำแดงปลานิลเบตง, ปลาช่อนแม่ลาผัดลูกทุ่ง, แกงเหลืองยอดมะพร้าวไข่ปลาริวกิว

สำหรับคนที่อยากสัมผัสความหลากหลายของข้าวไทย ที่ร้านยังมีข้าว GI ให้เลือกหลายชนิด ทั้ง ข้าวสังข์หยด, ข้าวลืมผัว, ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย

เมนูเหล่านี้มีจุดร่วมเดียวกันคือ ยังเป็นอาหารไทยที่กินแล้วรู้สึกคุ้น แต่มีรายละเอียดและวัตถุดิบที่ทำให้รู้สึกพิเศษขึ้น

และนั่นทำให้จริตจะกินเหมาะกับการมากันหลายคน เพราะยิ่งสั่งหลายอย่าง ยิ่งได้ลองรสชาติและวัตถุดิบไทยที่แตกต่างกันในมื้อเดียว

เบื้องหลังความอร่อยยังเป็นประสบการณ์จาก “บ้านขนิษฐา”
ความน่าสนใจของจริตจะกินไม่ได้มีเพียงชื่อเมนูหรือการนำเสนอ เพราะเบื้องหลังคือประสบการณ์จาก บ้านขนิษฐา ที่เปิดร้านแรกในสุขุมวิท 23 ตั้งแต่ปี 2536 และอยู่กับอาหารไทยมายาวนานกว่า 30 ปี

บ้านขนิษฐาขึ้นชื่อเรื่องความพิถีพิถันทั้งรสชาติ วัตถุดิบ และการบริการ และได้รับการแนะนำจาก Michelin Guide ต่อเนื่อง 3 ปี

องค์ความรู้เหล่านี้จึงกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของแบรนด์ใหม่ ทำให้จริตจะกินสามารถนำอาหารไทยมาปรับให้สนุกและร่วมสมัยขึ้น โดยไม่ทิ้งหัวใจสำคัญอย่าง รสชาติที่ถึงเครื่องและวัตถุดิบที่มีคุณภาพ

เพราะสุดท้ายแล้ว ต่อให้เมนูจะดูใหม่แค่ไหน สิ่งที่ทำให้คนอยากกลับมากินอีกครั้งก็ยังเป็นคำตอบเดิม

อร่อยจริงหรือเปล่า
ถ้าคุณเป็นคนรักก๋วยเตี๋ยว อีกหนึ่งร้านที่ควรลองคือ “กระทรวงเส้น”
ขณะที่จริตจะกินเลือกพาคนกินไปสำรวจอาหารไทยหลายรูปแบบ กระทรวงเส้น กลับเลือกทำสิ่งที่ตรงกันข้าม คือหยิบ “อาหารเส้น” ซึ่งเป็นของคุ้นเคยในชีวิตประจำวันมาเจาะลึกให้มากขึ้น

ตั้งแต่ ชนิดของเส้น โดยเลือกใช้เส้นก๋วยเตี๋ยวออแกนิกส์ที่ไม่มีสารกันบูด ไปจนถึงน้ำซุป เครื่องเคียง และการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ เพื่อยกระดับอาหารเส้นธรรมดาให้มีรายละเอียดและความพิเศษมากขึ้น

หนึ่งในเมนูที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้ชัดคือ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเนื้อ Japanese Wagyu Kagoshima A4 รวมถึง หม้อไฟน้ำตกเนื้อ Japanese Wagyu Kagoshima A4 และ ก๋วยเตี๋ยวเซมบาวังกุ้งแม่น้ำ

จากก๋วยเตี๋ยวที่หลายคนมองว่าเป็นอาหารง่าย ๆ กระทรวงเส้นจึงเพิ่มความพิเศษด้วยวัตถุดิบคุณภาพ เส้นก๋วยเตี๋ยวออแกนิกส์ที่ไม่มีสารกันบูด และรายละเอียดในทุกองค์ประกอบ แต่ยังคงเสน่ห์ของอาหารที่กินง่าย อร่อย และเข้าถึงได้

สองร้าน สองสไตล์ แต่มีรากเดียวกัน
ถ้าวันนี้อยากนั่งกินอาหารไทยหลายอย่างกับครอบครัวหรือเพื่อน อยากสั่งกับข้าวมาแชร์กัน และชอบลองวัตถุดิบหรือเมนูที่หลากหลาย จริตจะกิน คือร้านที่น่าลอง

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีความสุขกับก๋วยเตี๋ยวสักชาม ชอบเลือกน้ำซุป เส้น และวัตถุดิบ หรืออยากเปลี่ยนอาหารจานคุ้นเคยให้กลายเป็นมื้อพิเศษขึ้น กระทรวงเส้น ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

สิ่งที่ทั้งสองร้านมีเหมือนกันคือการต่อยอดจากประสบการณ์กว่า 33 ปีของบ้านขนิษฐา แต่เลือกเล่าอาหารไทยในวิธีที่แตกต่างกัน เพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมการกินของคนยุคนี้

และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้สองร้านนี้น่าสนใจ ไม่ใช่เพราะพยายามทำอาหารไทยให้ดูแปลกใหม่ที่สุด แต่เพราะรู้ว่า อาหารไทยที่ดีไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนราก เพียงแค่เปลี่ยนวิธีนำเสนอให้คนรุ่นใหม่อยากเข้ามาลอง

มื้ออาหารไทยดี ๆ ไม่จำเป็นต้องรอโอกาสพิเศษ
จากร้านอาหารไทยที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี สู่สองแบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์ชัดขึ้น ทั้ง จริตจะกิน และ กระทรวงเส้น กำลังทำให้อาหารไทยในแบบของบ้านขนิษฐาเข้าถึงง่ายและสนุกกว่าเดิม

จริตจะกินเหมาะกับคนที่อยากกินอาหารไทยหลายรส หลายเมนู และอยากแชร์ความอร่อยกันทั้งโต๊ะ

กระทรวงเส้นเหมาะกับคนที่อยากกินเส้นแบบจริงจัง และอยากค้นพบว่าอาหารจานธรรมดาสามารถพิเศษขึ้นได้แค่ไหน

ไม่ว่าจะเลือกโต๊ะไหน สิ่งที่ได้เหมือนกันคือ ประสบการณ์อาหารไทยจากรากของบ้านขนิษฐา ที่พิถีพิถันเรื่องรสชาติและวัตถุดิบ

เพราะบางทีการกินอาหารไทยดี ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องรอวันเกิด วันครบรอบ หรือโอกาสพิเศษ

แค่วันนี้อยากกินของอร่อย ก็เพียงพอแล้วที่จะชวนคนที่ชอบไปนั่งโต๊ะเดียวกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม: จริตจะกิน Jarit Jakin | กระทรวงเส้น Ministry of Noodles | บ้านขนิษฐา