กรมการแพทย์แผนไทยฯ ผลักดันสมุนไพรไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง พร้อมต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เดินหน้าผลักดันสมุนไพรไทยสู่ตลาดสัตว์เลี้ยง พร้อมต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ โดย วว. พัฒนาเจลขมิ้นชันต้านเชื้อแบคทีเรียสำหรับใช้ภายนอก และ สวทช. ต่อยอดทองพันชั่งเป็นสเปรย์นาโนอิมัลชันผสมซาโปนิน ช่วยยับยั้งเชื้อราในสัตว์เลี้ยง ล่าสุดเตรียมเปิดตัวโซน “Herb for Pet” ครั้งแรกในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 เปิดพื้นที่เอาใจคนรักสัตว์ รองรับเทรนด์ Pet Humanization ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การผลักดันสมุนไพรไทยสู่อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงเป็นการต่อยอดทรัพยากรชีวภาพของประเทศสู่ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคตสอดรับกับศักยภาพของไทยในตลาดสัตว์เลี้ยงโลก โดยปี 2567 ไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสุนัขและแมวรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก มูลค่าส่งออก 85,000 ล้านบาท เติบโต 29% ขณะที่ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องในปี 2568 มีมูลค่าราว 92,000 ล้านบาท เติบโต 13.2% สะท้อนความต้องการผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบองค์รวมที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อวิจัย พัฒนา และยกระดับมาตรฐานวัตถุดิบสมุนไพร รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพสัตว์และอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และชุมชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมยกระดับสมุนไพรไทยสู่ตลาดมูลค่าสูงในอนาคต
ด้าน ดร.ภก.ปรีชา หนูทิม ผู้อำนวยการกองพัฒนายาไทยและสมุนไพร กล่าวว่า ปัจจุบันสมุนไพรไทยได้รับการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างหลากหลาย อาทิ สเปรย์ไพลและใบบัวบกสำหรับช่วยลดการอักเสบและส่งเสริมการสมานแผล ตลอดจนงานวิจัยที่ยืนยันประสิทธิภาพของสมุนไพรไทยในการดูแลสุขภาพสัตว์อย่างเป็นรูปธรรม
ตัวอย่างที่โดดเด่น ได้แก่ สารสกัดขมิ้นชันที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของโรคผิวหนังอักเสบ เป็นหนองในสุนัข ซึ่งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้นำมาต่อยอดเป็นเจลขมิ้นชันสำหรับใช้ภายนอก ขณะที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาสเปรย์นาโนอิมัลชันจากทองพันชั่งร่วมกับซาโปนิน ช่วยยับยั้งเชื้อรา ลดความเสี่ยงจากการใช้ยาต้านเชื้อราอย่างต่อเนื่อง และช่วยลดปัญหาเชื้อดื้อยา
นอกจากนี้ ยังมีสมุนไพรไทยอีกหลายชนิดที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น ฟ้าทะลายโจรและกระชายที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน รวมถึงสะเดาที่สามารถใช้ป้องกันเห็บหมัดตามธรรมชาติ สะท้อนโอกาสสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการพัฒนาทางเลือกที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจสามารถศึกษานวัตกรรมสมุนไพรสำหรับสัตว์เลี้ยง พร้อมชมผลิตภัณฑ์ต้นแบบได้ในโซน “Herb for Pet” เปิดพื้นที่เอาใจคนรักสัตว์ รองรับเทรนด์ Pet Humanization ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ครั้งแรกในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–5 กรกฎาคม 2569 ณ ฮอลล์ 11–12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
#thailandherbalexpo2026 #มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่23 #มหกรรมสมุนไพร #มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ #สมุนไพรไทย
รายละเอียดการจัดงานยิ่งใหญ่ที่คนไทยจะมาร่วมสร้างความยั่งยืน ในงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23” ครบจบในที่เดียว “เข้าชมฟรีตลอดงาน”
ปักหมุดวันเวลา: วันที่ 2 - 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น.
สถานที่: ฮอลล์ 11 - 12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี (เข้าชมฟรีตลอดงาน)
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม: Facebook Fanpage มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ หรือ https://www.facebook.com/natherbexpo