ในช่วงเวลาที่หลายเอเจนซี่กำลังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงจาก AI จนหลายแห่งเริ่มลดขนาดทีม Digital Factory กลับเลือกเดินอีกเส้นทาง — เดินหน้าขยายทีม พัฒนาเทคโนโลยี และลงทุนในศักยภาพของคนอย่างต่อเนื่อง สำหรับ Digital Factory การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมไม่ใช่สัญญาณให้ “ลดตัว” แต่คือช่วงเวลาที่ต้องยกระดับคุณภาพงานให้ตอบโจทย์ธุรกิจลูกค้าได้มากกว่าเดิม กว่า 10 ปีในวงการดิจิทัลเอเจนซี่ Digital Factory ดูแลแบรนด์มาแล้วมากกว่า 500 แบรนด์ พร้อมร่วมงานกับเอเจนซี่และพาร์ตเนอร์ชั้นนำของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสาย Media, Performance Marketing และ Creative Solution หนึ่งในจุดแข็งสำคัญ คือการทำงานในรูปแบบ “Business Partner” มากกว่า Vendor ทั่วไป ทีมงานไม่ได้มองเพียงยอด Reach หรือ Impression แต่เริ่มจากการเข้าใจเป้าหมายธุรกิจจริงของแต่ละแบรนด์ และออกแบบทั้ง Media, Creative และ Data Strategy ให้ทำงานร่วมกันได้จริงภายใต้งบประมาณที่ลูกค้ามี ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Digital Factory ได้รับความไว้วางใจจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ อาทิเช่น Sansiri, LocknLock, Bangchak และ Jorakay รวมถึงร่วมสนับสนุนงานมีเดียให้กับ Global และ Local Media Agency หลายแห่งในประเทศไทย Sansiri ร่วมงานกับ Digital Factory ต่อเนื่องยาวนานกว่าสิบปี ในการดูแลสื่อออนไลน์บนโซเชียลมีเดีย ผ่านเครื่องมือเฉพาะทาง ของ DF เพื่อช่วยวิเคราะห์และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำยิ่งขึ้น ขณะที่แบรนด์ที่ดูแลอีกหลายแบรนด์ สามารถสร้างผลลัพธ์บน Social Media จนได้รับรางวัลด้าน Brand Performance และ Social Media Excellence จากเวทีระดับประเทศ ในวันที่ใครก็สามารถยิงโฆษณาได้ สิ่งที่สร้างความแตกต่างจริง ๆ ไม่ใช่แค่การซื้อสื่อ แต่คือ “ความเข้าใจผู้บริโภค” Digital Factory จึงพัฒนา Data Solutions และ Audience Tools สำหรับใช้งานจริงในแคมเปญมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น • Prism — ระบบวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายจากพฤติกรรมและความสนใจเชิงลึก • Geodata — การวิเคราะห์ Audience จากข้อมูล Location Intelligence เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนสื่อ • Geosphere — ระบบเก็บและวิเคราะห์กลุ่มผู้ร่วมงาน Event จริง เพื่อเชื่อมต่อ Online และ Offline Audience เข้าด้วยกัน นอกจากด้าน Media และ Data แล้ว Digital Factory ยังลงทุนด้าน AI Transformation อย่างจริงจัง ทั้งภายในองค์กรและในกระบวนการทำงานร่วมกับลูกค้า รวมถึงยังมีบริการด้าน AI อย่าง AEO เพื่อรองรับการหาข้อมูลด้วย AI และ พัฒนาเครื่องมือสำหรับองค์กรอีกด้วย AI ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน ลดเวลาการผลิต และเปิดโอกาสให้ไอเดีย Creative ที่เคยใช้งบประมาณสูง สามารถเกิดขึ้นได้จริงภายใต้งบที่เหมาะสมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ทีมงานยังเชื่อว่า “ประสบการณ์ ความเข้าใจผู้คน และ Taste ในงานโฆษณา” คือสิ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว งานโฆษณาที่ดี ไม่ได้เกิดจาก Technology เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการผสมกันระหว่าง Data, Creativity และ Human Understanding อีกหนึ่งแนวทางที่ทำให้ Digital Factory เติบโตอย่างต่อเนื่อง คือการทำงานร่วมกับเอเจนซี่และพาร์ตเนอร์ในอุตสาหกรรมในรูปแบบ Collaboration มากกว่าการแข่งขัน หลายครั้งทีมงานเข้าไปช่วยเสริมในส่วนที่พาร์ตเนอร์ต้องการ ทั้งด้าน Media Optimization, Performance Strategy, Data Support และ Creative Execution เพื่อช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถส่งมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าร่วมกัน ปัจจุบัน Digital Factory ยังคงเดินหน้าขยายทีมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในสาย Media, Creative, Strategy และ AI Solution เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจและความต้องการของแบรนด์ในยุคใหม่ เพราะสำหรับ Digital Factory ความสำเร็จของลูกค้า คือการเติบโตที่ยั่งยืนที่สุดของเอเจนซี่ ติดต่อทีม Digital Factory เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือรับบริการDigital Factory Co., Ltd.Line : https://lin.ee/6OiuxyjFacebook : https://www.facebook.com/DigitalFactoryThailand E-mail : info@digitalfactory.co.thWebsite : https://www.digitalfactory.co.th