ดันวัฒนธรรมไทยสร้างรายได้หมุนเวียนรวมกว่า 168 ล้านบาท ปลื้มยอดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพร้อมใจกันหลั่งไหลมาร่วมงานรวมกว่า 240,000 คน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความภาคภูมิใจ ภาพของเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่ตั้งใจแต่งกายด้วยชุดไทยหลากสไตล์มาเดินเที่ยวชมงาน ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างสีสันให้กรุงเทพมหานครดูมีชีวิตชีวา แต่ยังเป็นการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมดั้งเดิมให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มหาศาล ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เผยว่าความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากพลังบวกของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายทางศาสนา-ศิลปวัฒนธรรม ที่มาร่วมกันสร้างประสบการณ์สุดพิเศษในวาระครบรอบ 244 ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ผู้ทรงวางรากฐานให้กรุงเทพฯ เป็นราชธานีมาตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2325 โดยมีพันธมิตรมากมาย อาทิ กรุงเทพมหานคร กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กรมประชาสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การไฟฟ้านครหลวง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด บริษัท กันตนา กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด และบริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ที่ร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเต็มที่ สำหรับงาน “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 – 26 เมษายน 2569 กระจายความสนุกไป 3 จุด 3 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ ที่โชว์ความล้ำของนิทรรศการ AI, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กับบรรยากาศ Night Museum ชมวังยามค่ำคืนและหนังกลางแปลงสุดคลาสสิก หรือจะไปสัมผัสวิถีชุมชนคลองสาน–กะดีจีน ที่วัดประยุรฯ กับเมนูอาหารสามศาสนาที่หาทานยาก ซึ่งได้รับความสนใจล้นหลามจนสร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 168 ล้านบาท และเกิดการรับรู้บนโลก โซเชียล ถึง 39 ล้านครั้ง ตอกย้ำว่า "ทุนวัฒนธรรม" คือแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและสีสันของ ชุดไทยประยุกต์และผ้าไทยที่แต่ละคนใส่ออกมาประชันกันตามสไตล์ของตัวเองอย่างอิสระ มองไปทางไหนก็สวยงามสบายตา นับเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้คนไทยหันมาโชว์ อัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างเต็มภาคภูมิ และเห็นความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ความสำเร็จของงานครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การเฉลิมฉลอง แต่เป็นต้นแบบของการผสานวัฒนธรรมเข้ากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว ทั้งสร้างรายได้ สร้างความสุข และ ส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนทุกรุ่น พร้อมเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการจัดงานฉลอง 245 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ในปีหน้า ที่จะต้องยิ่งใหญ่และประทับใจกว่าเดิมแน่นอน โดยก้าวต่อไปของกระทรวงวัฒนธรรมภายใต้แนวคิด “New Era – ยุคใหม่ ก้าวไกลสู่สากล” มุ่งมั่นจะผลักดันให้วัฒนธรรมไทยเป็นพลังหลักในการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ผ่านกลยุทธ์ “ไท ไทย : สืบสาน สร้างสรรค์ สู่อนาคต” โดยเฉพาะการสร้างความต่อเนื่อง (Community & Continuity) เพื่อให้มรดกเหล่านี้อยู่คู่สังคมไทยสืบไป ซึ่งหัวใจสำคัญคือความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่จะเปลี่ยนให้ “วัฒนธรรมไทย” กลายเป็น “ทุนเชิงยุทธศาสตร์” ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน