จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอกย้ำความเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย หลังประกาศผลการจัดอันดับ QS World University Rankings by Subject 2026 โดยสามารถครองอันดับ 1 ของประเทศได้มากถึง 46 สาขาวิชา จากทั้งหมด 60 สาขาที่ได้รับการจัดอันดับ พร้อมสร้างผลงานโดดเด่นในเวทีโลก ด้วย 37 สาขาติด Top 200 ของโลก และ 8 สาขาติด Top 100 ของโลก ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพทางวิชาการ งานวิจัย และการยอมรับในระดับนานาชาติที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของจุฬาฯ ในหลากหลายศาสตร์ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสาขาใดสาขาหนึ่ง ก้าวกระโดดในเวทีโลก พร้อมขยายความแข็งแกร่งทุกมิติในปี 2026 จุฬาฯ ยังมีอันดับมหาวิทยาลัยโลก (QS World University Rankings) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ อันดับ 221 ของโลก จากเดิมอันดับ 229 ในปี 2025 สะท้อนพัฒนาการเชิงบวกในภาพรวม ขณะเดียวกัน ผลการจัดอันดับรายสาขา (Subject Rankings) ยังชี้ให้เห็นถึง “ความแข็งแรงแบบกระจายตัว” ของมหาวิทยาลัย ที่สามารถรักษามาตรฐานระดับสูงได้ในหลายกลุ่มสาขาพร้อมกันโดยเฉพาะสาขาที่ทำผลงานโดดเด่นระดับโลก ได้แก่ -ทันตแพทยศาสตร์ (Dentistry) อันดับ 32 ของโลก-วิศวกรรมปิโตรเลียม อันดับ 65 ของโลก-วิศวกรรมเหมืองแร่และแร่ธาตุ อันดับ 71 ของโลก-สัตวแพทยศาสตร์ อันดับ 71 ของโลก-ศิลปะการแสดง อันดับ 75 ของโลก-การพัฒนา (Development Studies) อันดับ 89 ของโลก-การโรงแรมและการท่องเที่ยว อันดับ 91 ของโลก-ภาษาและวรรณคดีอังกฤษ อันดับ 98 ของโลกติด Top 200 โลก ครบ 4 กลุ่มสาขาหลักจุฬาฯ ยังสามารถติดอันดับ Top 200 ของโลกใน 4 กลุ่มสาขาหลัก (Broad Subject Areas) ได้แก่ -Arts & Humanities (อันดับ 118)-Social Sciences & Management (อันดับ 141)-Life Sciences & Medicine (อันดับ 157)-Engineering & Technology (อันดับ 194) สะท้อนภาพมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นเลิศแบบ “ครบทุกมิติ” ทั้งสายสุขภาพ วิศวกรรม มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ สัญญาณการเติบโต ท่ามกลางการแข่งขันระดับโลกที่เข้มข้นความสำเร็จในปีนี้เกิดขึ้นภายใต้บริบทที่ QS ขยายขอบเขตการประเมินอย่างมาก ครอบคลุมสถาบันกว่า 1,900 แห่ง และโปรแกรมมากกว่า 21,000 หลักสูตรทั่วโลก ส่งผลให้การแข่งขันเข้มข้นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการเติบโตสูง โดยมีสถาบันถึง 38% ที่อันดับดีขึ้นในปีนี้ สะท้อนว่าจุฬาฯ ไม่ได้เติบโตในสนามที่นิ่ง แต่แข่งขันและพัฒนาไปพร้อมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาค คุณภาพที่วัดได้รอบด้าน ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงการจัดอันดับ QS by Subject พิจารณาจาก 5 ตัวชี้วัดหลัก ได้แก่ -ชื่อเสียงทางวิชาการ (Academic Reputation)-ชื่อเสียงจากนายจ้าง (Employer Reputation)-การอ้างอิงงานวิจัย (Citations per Paper)-ดัชนี H-index-เครือข่ายวิจัยนานาชาติ (International Research Network) จึงสะท้อนทั้งคุณภาพการเรียนการสอน ผลงานวิจัย และการยอมรับจากตลาดแรงงานในระดับโลก มุ่งสู่มหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างยั่งยืนการเพิ่มขึ้นจาก 34 สาขาที่เป็นอันดับ 1 ของไทยในปี 2025 เป็น 46 สาขาในปี 2026 ถือเป็นสัญญาณชัดเจนของการ “ขยายฐานความเป็นเลิศ” ของจุฬาฯ ในระยะต่อไป มหาวิทยาลัยมีเป้าหมายในการรักษาความแข็งแกร่งของสาขาที่เป็นผู้นำ พร้อมผลักดันสาขาที่มีศักยภาพให้ก้าวสู่ Top 100 และ Top 200 ของโลกมากยิ่งขึ้น ผ่านการพัฒนางานวิจัย เครือข่ายนานาชาติ และความเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม