Proactive Asia ปฏิวัติออฟไลน์รีเทล วางระบบให้หน้าร้านกลายเป็น “เครื่องจักรทำกำไร”

ในยุคที่หลายองค์กรเร่งลงทุนด้านดิจิทัลเพื่อไล่ตามยอดขาย คุณสมโชค คงบัณฑิตสกล CEO ผู้บริหาร Proactive Asia กลับมองเห็นช่องว่างสำคัญในตลาด นั่นคือการเติบโตที่ไม่มีโครงสร้างของธุรกิจค้าปลีกจำนวนมาก ยอดขายเพิ่มแต่กำไรไม่เพิ่ม มีลูกค้าแต่ไม่เกิดความสัมพันธ์ และมีการรับรู้แบรนด์แต่ไม่เกิดความภักดี องค์กรจึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อแก้ Pain Point นี้โดยตรง ผ่านการวางระบบ Offline Retail ให้กลายเป็นสินทรัพย์ระยะยาวที่วัดผลได้

จุดเริ่มต้นจาก Pain Point: โตเร็ว แต่ไม่ยั่งยืน

คุณสมโชค อธิบายว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาดค้าปลีกเปลี่ยนเร็วมาก โดยเฉพาะเมื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาท ธุรกิจจำนวนมากทุ่มงบไปที่ Digital แต่กลับไม่มีความแข็งแรงในพื้นที่จริง
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ

   - ยอดขายขยายตัว แต่กำไรไม่ต่อเนื่อง
   - มีลูกค้าใหม่ แต่ไม่มีความสัมพันธ์ระยะยาว
   - มีการรับรู้แบรนด์ แต่ไม่มี Loyalty

Proactive Asia จึงเข้ามาแก้โจทย์ “การเติบโตที่ไม่มีโครงสร้าง” ด้วยการวางระบบทีมขาย พื้นที่ขาย และเครือข่ายคู่ค้าอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้ออฟไลน์ทำหน้าที่สร้างรายได้จริง ไม่ใช่แค่สร้างภาพลักษณ์

ผู้บริโภคยุคใหม่: ไม่แยกช่องทาง แต่เลือกประสบการณ์

พฤติกรรมลูกค้าในวันนี้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น เข้าร้านพร้อมข้อมูลที่ศึกษามาแล้ว ตัดสินใจซื้อเร็วขึ้นหากมั่นใจ หรือต้องการประสบการณ์มากกว่าสินค้า

รวมไปถึงเชื่อถือแบรนด์ที่มีตัวตนจริงในพื้นที่ ดังนั้นออฟไลน์จึงไม่ได้ลดความสำคัญ แต่เปลี่ยนบทบาทจาก “จุดขายของ” เป็น “จุดสร้างความเชื่อมั่น” และเป็นพื้นที่ที่ทำให้ลูกค้าเกิดความผูกพันกับแบรนด์

สิ่งที่ผู้บริหารมักมองข้ามเกี่ยวกับ Offline

หลายองค์กรเข้าใจว่าเปิดหน้าร้านหรือจัดกิจกรรมเท่ากับทำออฟไลน์แล้ว แต่ในความเป็นจริง ออฟไลน์ที่มีประสิทธิภาพต้องเป็น “ระบบ” ที่ประกอบด้วย

   - โครงสร้างทีมขายที่ชัดเจน
   - KPI ที่วัดผลได้
   - การบริหารพื้นที่อย่างมีกลยุทธ์
   - การเชื่อมต่อ Online–Offline (O2O)
   - การบริหารความสัมพันธ์กับ Distributor และ Dealer

หากขาดองค์ประกอบเหล่านี้ ออฟไลน์จะกลายเป็นต้นทุนทันที แต่หากมีระบบครบ จะกลายเป็น Asset ที่สร้างรายได้ระยะยาวและขยายผลได้

4 กลยุทธ์ค้าปลีกที่ต้องโฟกัสในยุคนี้

ในมุมมองของคุณสมโชค ธุรกิจค้าปลีกที่ต้องการอยู่รอดและเติบโตควรให้ความสำคัญกับ 4 เรื่องหลัก

   1. คิดกำไรต่อพื้นที่ ไม่ใช่แค่ยอดขายรวม พื้นที่ขายต้องสร้างผลตอบแทนที่วัดได้ ไม่ใช่เพียงตัวเลขยอดขาย

   2. สร้างทีมขายที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ทีมขายต้องเข้าใจตลาด ดูแลลูกค้า และสร้างความสัมพันธ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

   3. เชื่อม Online–Offline อย่างมีระบบ (O2O) ออนไลน์ช่วยสร้างการรับรู้ แต่ออฟไลน์ช่วยปิดการขายและสร้างความเชื่อมั่น

   4. ลงทุนกับ Relationship มากกว่า Promotion ความสัมพันธ์กับลูกค้าและคู่ค้าคือปัจจัยที่สร้างรายได้ระยะยาว

วิสัยทัศน์ 3–5 ปี: Strategic Partner ด้าน Offline Growth

Proactive Asia วางเป้าหมายเป็น Strategic Partner ด้าน Offline Growth ระดับประเทศ โดยมีทิศทางสำคัญ ได้แก่ 

   - ขยายเครือข่ายทีมขายและ Distributor ในหลายภูมิภาค 
   - พัฒนาโมเดล Retail Ecosystem ที่ผสาน Online–Offline อย่างสมบูรณ์
   - สร้างมาตรฐานการบริหาร Offline Marketing ให้เป็นระบบมากขึ้น
   - เป็นที่ปรึกษาที่ช่วยองค์กรเติบโตทั้งด้านรายได้และโครงสร้าง

องค์กรไม่ได้ตั้งเป้าเป็นเอเจนซี่ที่ใหญ่ที่สุด แต่ต้องการเป็นองค์กรที่ “สร้างผลลัพธ์จริง” ให้กับลูกค้า

วลีที่สะท้อนแก่นของกลยุทธ์

“ออนไลน์ทำให้คนรู้จักคุณ แต่ออฟไลน์ทำให้คนเชื่อใจคุณ” แนวคิดนี้สะท้อนภาพชัดเจนว่า ในยุคที่ทุกแบรนด์แข่งขันกันบนโลกดิจิทัล ความได้เปรียบที่แท้จริงจะเกิดขึ้นในพื้นที่จริงที่สร้างประสบการณ์ ความสัมพันธ์ และความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นหัวใจของการเติบโตอย่างยั่งยืนในธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่

Facebook : https://www.facebook.com/profile.php?id=61582064145231#
Website
: https://www.proact.co.th/